Tuesday, May 28, 2024

Article

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ แผนธุรกิจถูกละเลย

 16 เม.ย. 2566 13:26 น.    เข้าชม 724    Strategy
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ แผนธุรกิจถูกละเลย

ท่านทราบหรือไม่ครับว่า แต่ในแต่ละปี มีธุรกิจต้องล้มเหลว และปิดตัวลงไป มากมาย ทั้งธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ และ ธุรกิจที่ดำเนินการมาแล้ว

 

สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจที่กล่าวถึงข้างต้นต้องล้มเหลว และปิดตัวลงไป มีด้วยกันมากมายหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ มีไม่กี่สาเหตุ ท่านอยากทราบหรือไม่ว่ามีสาเหตุอะไรกันบ้าง

 

จะดีที่สุดเลย หากท่านได้รับรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่คิดจะเริ่มต้นธุรกิจ หรือ เริ่มธุรกิจไปแล้วระดับหนึ่ง

 

ทำไม “จึงดีที่สุด”

 

คำตอบก็คือ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสความล้มเหลวในการเริ่มธุรกิจ หรือ การทำธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มโอกาสความสำเร็จ หรือ โอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของท่าน

หากพร้อมแล้ว มาเริ่มเรียนรู้กันเลย

 

อัตราการล้มเหลวของธุรกิจ [1]

 

ข้อมูลจาก The U.S.Bureau of Labor Statistics พบว่า

 

- ธุรกิจประมาณร้อยละ 20 จะล้มเหลว ในปีแรก และ จะเหลือรอดเข้าสู่ปีที่ 2 เพียงร้อยละ 80

 

- เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ธุรกิจกว่า ร้อยละ 50 จะล้มเหลว จะเหลือรอดเข้าสู่ปีที่ 6 เพียงร้อยละ 50

 

- เมื่อผ่านไป 10 ปี ธุรกิจกว่า ร้อยละ 70 จะล้มเหลว จะเหลือธุรกิจไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ ประมาณไม่เกิน ร้อยละ 30 ที่อยู่รอด

 

- และเมื่อผ่านไป 15 ปี ธุรกิจกว่า ร้อยละ 75 จะล้มเหลวจะเหลือธุรกิจไม่เกิน 1 ใน 4 หรือ ประมาณไม่เกิน ร้อยละ 25 ที่อยู่รอ

 

ที่มา : [1] https://www.bls.gov/bdm/entrepreneurship/entrepreneurship.htm

 

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร  ในอุตสาหกรรมใด และ ณ ประเทศไหนในโลก สถิตินี้ ก็ค่อนข้างคงที่ และไม่แตกต่างกันนัก

สาเหตุหลักของความล้มเหลว [2]

 

      ท่านต้องเกิดความสงสัยอย่างแน่นอน ว่าทำไม สถิติความล้มเหลวทางธุรกิจ จึงมีสถิติที่ค่อนข้างเหมือนเดิม และที่สำคัญไม่ใช่เฉพาะธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ธุรกิจทั่วโลกก็มีสถิติที่ไม่แตกต่างกัน

 

      คำตอบก็คือ สาเหตุของความล้มเหลวทางธุรกิจ ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุที่คล้ายคลึงกัน หรือ เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุที่ค่อนข้างสากลเลยทีเดียว

 

      สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลว (โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs) มีด้วยกันหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่มีผลมากที่สุดต่อความล้มเหลา มีด้วยกัน 4 สาเหตุ ได้แก่

 

      - หนึ่ง ไม่มีความต้องการในสินค้าหรือบริการ (ไม่เข้าใจตลาด)

 

      - สอง ขาดประสิทธิภาพในการจัดการกระแสเงินสด

 

      - สาม บุคลากร/พนักงานไม่มีประสิทธิภาพ

 

      - และ สี่ ไม่ศึกษาสถานการณ์การแข่งขัน หรือ ไม่รู้จักคู่แข่งดีพอ

 

     เอาล่ะลองมาดูกันทีละสาเหตุ

 

[2] https://www.lendingtree.com/business/small/failure-rate/

 

ไม่มีความต้องการในสินค้าหรือบริการ (ไม่เข้าใจตลาด)

 

      กฎพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า Demand – Supply เป็นกฎที่จริงแท้แน่นอนในการทำธุรกิจ กล่าวคือ เมื่อมีความต้องการสินค้าหรือบริการใด (Demand) ก็จะมี สินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น (Supply)

 

      ในทำนองตรงกันข้าม หากสร้างสินค้าหรือบริการขึ้นมา แต่ไม่มีความต้องการนั้นอยู่เลย สินค้าหรือบริการนั้นย่อมสูญเปล่า

 

      และนี่คือ สาเหตุที่ทำให้ร้อยละ 42 ของธุรกิจต้องประสบกับความล้มเหลวทางธุรกิจ

 

      คนที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นจากความคิด ความเชื่อของตนเองเป็นหลัก หรือพูดง่ายๆ มักจะมโนเข้าข้างตนเองว่า สินค้าหรือบริการที่ตนเองพัฒนา หรือ นำเสนอต่อตลาดนั้น เป็นสิ่งที่ดีสุดๆ

 

      ดังนั้นเมื่อเริ่มคิดแบบนี้ จึงละเลย หรือให้ความสำคัญน้อยมากในการศึกษาเรื่องการตลาด  โดยเฉพาะการศึกษาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

 

      เมื่อไม่เข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง สินค้าหรือบริการที่นำเสนอสู่ตลาดจึงไม่โดนใจ หรือ พูดภาษาชาวบ้านว่า “ขายไม่ออก” นั้นเอง

 

      พอขายไม่ออก ก็ไม่มีรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกวัน หากปรับตัวไม่ทัน ก็ต้นหาย กำไรไม่มี ธุรกิจก็ไปไม่รอด

 

ขาดประสิทธิภาพในการจัดการกระแสเงินสด

 

       เรื่องเงินๆ ทองๆ ถือเป็นเรื่องคอขาด บาดตาย ในการทำธุรกิจเลยทีเดียว ความผิดพลาด หรือ การขาดประสิทธิภาพในเรื่องนี้ ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญ สาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ธุรกิจมากมายต้องกลับบ้านเก่าไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

      ร้อยละ 29 ของธุรกิจ ต้องล้มหายตายจากไปด้วยสาเหตุนี้

 

      การจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของธุรกิจหนึ่งๆ นั้นถือว่าเป็น “ยาขม” อีกเม็ดหนึ่ง สำหรับคนทำธุรกิจ

 

      จริงๆ แล้ว ปัญหาเรื่อง “ความเพียงพอของกระแสเงินสด” ของธุรกิจหนึ่งนั้น ไม่ใช่เป็นปัญหาที่จู่ๆ จะเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้ว มันคือ ผลลัพธ์ต่อเนื่องจากปัญหาอื่นๆ ในการทำธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น ขายสินค้าหรือบริการไม่ได้,​   การสต๊อกวัตถุดิบ การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และ อื่นๆ เป็นต้น

 

      ธุรกิจจำนวนมากมีกำไรน้อยมาก ทำให้เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น เงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา ส่งผลให้กระแสเงินสดติดลบ

 

จ้างคนผิด

 

      นอกเหนือจากเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือ การจัดการกระแสเงินสด ซึ่งถือว่าเป็น “ยาขม” ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่แล้ว ยังมี “ยาขม” เม็ดใหญ่ อีกหนึ่งเม็ด และดูเหมือนว่า จะมีรสชาติขมสุด ๆ จนทำให้เกิดอาการปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างแรงสำหรับผู้ประกอบการ

 

      “ยาขม” เม็ดที่สองนี้ ก็คือ เรื่องของ “คน” โดยเฉพาการหาคนที่ใช่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการธุรกิจ

 

      Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba มีคำกล่าวเกี่ยวกับเรื่อง “ประสิทธิภาพของบุคลากร” ว่า

 

      “Your employee should have superior technical skills than you. If he doesn’t, it means you have hired the wrong person.

 

      สาระสำคัญก็คือ เวลาธุรกิจหนึ่งๆ จะจ้างใคร คนๆ นั้นต้องมาช่วยเราในเรื่องที่เราไม่เชี่ยวชาญได้ หากเราจ้างคนผิด นอกจากไม่สามารถช่วยเราได้แล้ว ภาระนั้นก็จะตกมาอยู่ที่เรา นั่นหมายความว่า “เราจ้างคนผิด”

 

      ร้อยละ 23 ของธุรกิจต้องล้มหายตายจากไป เนื่องจาก “จ้างคนผิด”

 

      การจ้างคนผิด นอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าแล้ว อาจจะนำซึ่งความเสียหายอื่นๆ ต่อธุรกิจอีกด้วย

 

ไม่รู้จักคู่แข่งดีพอ

 

      ที่ไหนมีความต้องการ ที่นั่นก็จะเกิดการตอบสนองความต้องการ หากคนที่มาตอบสนองความต้องการมีเป็นจำนวนมาก นั่นย่อมหมายถึงว่า ระดับการแข่งขันในการตอบสนองต่อความต้องการที่มีอยู่ ก็จะมีมากขึ้น คนที่จะได้เปรียบย่อมต้องทำความเข้าใจคู่แข่งที่มีอยู่ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน และสามารถสร้างรายได้ที่มากกว่า

 

      แต่มีธุรกิจเป็นจำนวนมาก ที่ทำธุรกิจโดยไม่เข้าใจ ไม่รู้จักคู่แข่ง ว่าคู่แข่งมีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร

 

      ร้อยละ 19 ของธุรกิจต้องล้มหายตายจากไป เนื่องจากขาดความเข้าใจในสถานการณ์การแข่งขัน

 

      ข้างต้นคือ 4 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องล้มหายตายจากไป ซึ่งสามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย,​ ประสิทธิภาพในการบริหารกระแสเงินสด, การจ้างคนที่ใช่ และ ความเข้าใจในสถานการณ์การแข่งขันทางธุรกิจ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสุดๆ ในการทำธุรกิจ

 

แผนธุรกิจ คือ คำตอบแรก

 

      แน่นอนที่สุด ไม่มีผู้ประกอบการคนไหนในโลกที่ต้องการให้ธุรกิจของตนเองล้มเหลว ทุกคนต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามธุรกิจจำนวนมากต้องล้มหายตายจากไปจากโลกธุรกิจ ก็เพราะล้มเหลวในการจัดการสาเหตุ หรือ ต้นตอที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลวดังที่กล่าวไปแล้ว

 

      คำถาม ก็คือ แล้วเราจะลดโอกาสการเกิดสาเหตุต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งความล้มเหลวได้อย่างไร

 

      การวางแผนธุรกิจ และจัดทำแผนธุรกิจ คือ หนึ่งในคำตอบที่จะช่วยลดโอกาสในการเกิดความล้มเหลวทางธุรกิจ และในขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มโอกาสความสำเร็จทางธุรกิจ

 

      ดังที่กล่าวไปแล้วในตอนต้นๆ ว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจเริ่มต้นใหม่ มักเริ่มต้นธุรกิจด้วยไอเดียทางธุรกิจ และมี.   ความเชื่ออย่างแรงกล้า หรือ มองโลกสวยว่า สิ่งที่ตนเองทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต้องการอย่างแน่นอน

 

      เมื่อคิดอย่างนี้ ก็เลยทำให้มองข้ามในเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ พูดง่ายๆ มองแต่โอกาส แต่ขาดการมอง อุปสรรค มองแต่จุดแข็งของตนเอง แต่อาจจะไม่มองว่าจุดอ่อนของตนเองว่าคืออะไร

 

      การละเลยในเรื่องอุปสรรค และ จุดอ่อน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และความเสี่ยงเหล่านี้แหละ ที่จะกลายเป็นปัญหาต่างๆ นานาในการทำธุรกิจ

 

      การวางแผนธุรกิจ และจัดทำแผนธุรกิจ จะทำให้ผู้ประกอบการมองในทุกมิติในการทำธุรกิจ เมื่อมองทุกมิติอย่างรอบคอบ ก็จะมองเห็นทั้งโอกาส และ เห็นทั้งความเสี่ยง จึงคว้าโอกาสได้ และขจัดความเสี่ยงที่จะมาขัดขวางการคว้าโอกาสทางธุรกิจนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

      คำว่า “ทุกมิติในการทำธุรกิจ” หมายถึง การมองสถานการณ์ทางธุรกิจอย่างทะลุปรุโปร่ง, การกำหนดเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ,​ การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ, การจัดทำแผนปฏิบัติการในด้านต่างๆ เช่น แผนการตลาด, แผนการผลิต,​ แผนการบริหาร และ แผนการเงิน เป็นต้น

 

    หัวใจสำคัญของการวางแผนธุรกิจ และการจัดทำแผนธุรกิจ ก็คือ “แผนการเงิน” ซึ่งเป็นผลลัพธ์ทางตัวเลขที่เกิดขึ้นจากการมองภาพการทำธุรกิจในทุกมิติอย่างครบถ้วน


Comment